ผู้เขียน หัวข้อ: เมื่อใดที่เรียกได้ว่านอนไม่หลับ ???  (อ่าน 6 ครั้ง)

SEO.No1

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2240
    • ดูรายละเอียด
เมื่อใดที่เรียกได้ว่านอนไม่หลับ ???
« เมื่อ: ตุลาคม 04, 2018, 09:21:46 AM »
     เพื่อเกิดความรู้ความเข้าใจที่ตรงกัน ต้องขอชี้แจงให้รู้ว่าการนอนไม่หลับนั้นไม่ใช่โรคแต่ว่านับคือปัญหาการนอนที่น้อยเกินไป ทำให้เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกไม่สดชื่น โดยอาจก่อให้เกิดผลเสียต่อหน้าต่อตาที่ การทำงาน แล้วก็ความเกี่ยวเนื่องต่อคนอื่นๆได้ ขายยานอนหลับ ซึ่งหลายคนก็อาจมีความรู้สึกเมื่อนอนไม่หลับได้หลายต้นแบบ ดังเช่นว่า นอนหลับยาก ต้องใช้เวลานานถึงจะหลับ , นอนหลับไม่สนิท , นอนๆตื่นๆ, นอนเร็วกว่าปกติ , ตื่นแล้วไม่สดชื่น ราวกับมิได้หลับ เมื่อกำเนิดอาการนี้มากๆเข้า หลายๆคนก็หมกมุ่นอยู่กับลักษณะของตนกระทั่งไม่เป็นอันทำอะไร




     ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการนอนไม่หลับนั้นแบ่งออกได้เป็นหลายแบบ ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา ดังนี้

     การนอนไม่หลับแบบชั่วคราว

     การนอนไม่หลับแบบเป็นๆหายๆ

     การนอนไม่หลับแบบเรื้อรัง

     การนอนไม่หลับมีผลเสียยังไง ?

     คุณภาพชีวิตที่ดีลดลง

     อัตราของการขาดงานเพิ่มขึ้น

     สมรรถนะสำหรับเพื่อการปฏิบัติงานลดลง

     ความรู้ความเข้าใจสำหรับในการดำรงชีพน้อยลง

     บางทีอาจกำเนิดได้รับอุบัติเหตุได้ง่าย ซึ่งมีแถลงการณ์ว่า หากขับรถ จังหวะที่จะเกิดอุบัติเหตุจะเพิ่มสูงมากขึ้นถึง 2.5 เท่า ขายยานอนหลับ

     มีการใช้บริการทางหมอสูงมากขึ้น อันเนื่องมาจากปัญหาสุขภาพ ดังเช่น ปวดศีรษะ เหน็ดเหนื่อย ชักช้า รู้สึกไม่สดชื่น รำคาญ ขาดสมาธิ เป็นต้น

     การนอนไม่หลับ ในคนที่เคยป่วยเป็นโรคที่เกิดขึ้นทางจิตเวช มีรายงานพบว่าอาจมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นซ้ำอีก รวมทั้งมีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายเพิ่มสูงขึ้นในผู้เจ็บป่วยที่เป็นโรคไม่มีชีวิตชีวาด้วย
 
กินยานอนบ่อยๆอันตรายกว่าที่คิดบางทีอาจจะตายได้
 


     ใครกันแน่ที่พักผ่อนไม่หลับจนถึงต้องพึ่งยา หยุดจัดการกับปัญหาที่ปลายเหตุได้แล้ว เพราะว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจากด้านการกินยานอนหลับบ่อยๆรุนแรงกว่าที่คุณคาดมากมาย

     นายสมศักดิ์ สิทธิเกรียงไกร ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขแล้วก็สิ่งแวดล้อม จ.จังหวัดสุพรรณบุรี ชี้ว่าการซื้อยานอนหลับมากินเองโดยไม่มีหมอชี้แนะทั้งยังไม่ถูกกฎหมายและก่อให้เกิดอันตราย

     ด้วยเหตุว่าจะสมองจะเริ่มดื้อยาจนต้องเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆกลายเป็นการเสพติด ทำให้สมองปฏิบัติงานห่วยแตกลง ทางที่ดีย้อนไปมองต้นสายปลายเหตุดีมากกว่า ว่าที่นอนไม่หลับนั้นเพราะอะไร หรือไม่ก็ปรึกษาแพทย์ก่อนเหอะ ขายยานอนหลับ[/u]
ทั้งนี้เราก็ควรที่จะรับประทานยาอย่างรู้หลักไม่อย่างนั้นก็เป็นอันตรายไม่ว่าจะยาไหนก็เถอะไม่ใช่มีแม้กระนั้นยานอนหลับเท่านั้นที่รับประทานแล้วอันตรายจำต้องเรียนรู้ให้ดูหรือให้แพทย์จ่ายยาให้ทุกคราวไม่สมควรจะซื้อยารับประทานเองกันเลยดีกว่าแก้นะจ้ะทุกคน

ขอบคุณบทความดีๆจาก ขายยานอนหลับ hxxps://shop18plus.net/

Tags : ขายยานอนหลับ,ขายยานอนหลับ

seoonline12

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 240
    • ดูรายละเอียด
Re: เมื่อใดที่เรียกได้ว่านอนไม่หลับ ???
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ตุลาคม 07, 2018, 01:16:29 AM »
ยานอนหลับ เสี่ยงผลกระทบไม่รู้เรื่อง



รับประทานยาแก้แพ้ แทนยานอนหลับ เสี่ยงผลกระทบไม่ทราบ
เฟซบุ๊ค ภูมิแพ้ก็แพ้เรา ชี้แจงถึงหัวข้อการใช้ยาแก้แพ้ แทนการใช้ยานอนหลับเอาไว้ว่า ผู้คนจำนวนมากเลยเลือกที่จะทานยาแก้แพ้ เพื่อนอนง่าย เพราะว่ายาแก้แพ้ส่งผลใกล้กันทำให้ง่วงนอน แต่ว่าอันที่จริงแล้วการใช้ยาไม่ตรงจุดประสงค์แบบงี้ ขายยานอนหลับ จะทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายอย่างไรบ้างไหม มาดูคำตอบกันจ้ะ

      - ยาแก้แพ้ รับประทานแล้วง่วงงุน? -

อันที่จริงแล้ว ยาแก้แพ้แบ่งได้กลุ่มใหญ่ๆได้ 2 กรุ๊ป คือ ยาแก้แพ้ที่ทานแล้วง่วงนอน (ยาต้านทานฮีสตามีนรุ่นที่ 1) กับแบบที่ไม่ง่วงหงาวหาวนอน (ยาต้านทานฮีสตามีนรุ่นที่ 2) คนจำนวนไม่น้อยจะได้รับยาแก้แพ้เมื่อมีลักษณะอาการเป็นหวัดคัดจมูก น้ำมูกไหล และก็อาจ[/url]ได้รับยาแก้แพ้แตกต่างกัน คุณหมอบางทีอาจจะถามพวกเราว่าอยากได้ยาแก้แพ้แบบไม่ง่วงงุนไหม เพื่อที่ทานแล้วจะได้ทำงานต่อได้ หากว่าอาจจะมีจังหวะที่ยาแก้แพ้แบบไม่ง่วงนอนจะราคาแพงสูงยิ่งกว่ายาแก้แพ้แบบทานแล้วง่วงนอนอยู่น้อยก็ตาม แต่ในระยะหลังๆเราก็เลยได้รับยาแก้แพ้ที่ทานแล้วไม่ง่วงนอนมากกว่า

แต่ มีผู้คนจำนวนหนึ่งที่หลีกเลี่ยงการเข้ารับบำบัดโรคนอนไม่หลับอย่างถูกทาง แล้วหันเหมาซื้อยาแก้แพ้เพื่อทานแล้วทำให้ง่วงนอน จะได้นอนหลับได้ เพราะเหตุว่ายาแก้แพ้สามารถหาซื้อเองได้ง่ายตามร้ายขายยาต่างๆไม่เสมือนยานอนหลับที่จะต้องได้รับใบสั่งยาจากแพทย์

     - ยาแก้แพ้แบบทานแล้วง่วงหงาวหาวนอน ส่งผลข้างๆไหม? -
ยาแก้แพ้แบบทานแล้วง่วงหงาวหาวนอน อาจก่อให้มีลักษณะอาการคอแห้งผาก [/url]ปากแห้ง ท้องผูก ใจสั่น และหากเป็นคนไข้โรคต้อหิน อาจก่อให้อาการแย่ลงได้

นอกจากนี้ยาแก้แพ้เป็นยาที่ควรใช้เมื่อมีความจำเป็นเพียงแค่นั้น ถ้าเกิดผู้ใดกันใช้ยาแก้แพ้แบบทานแล้วง่วงงุนไปนานๆอาจส่งผลให้มีอาการดื้อยาได้เหมือนกัน

สนใจรายละเอียดสอบได้ที่เว็บนี้นะจ๊ะ hxxps://shop18plus.net/

     - ยาแก้แพ้ ทานได้ทุกเพศทุกวัยจริงหรือ? -
สำหรับยาแก้แพ้แบบที่ทานแล้วอยากนอน (ยาต้านทานฮีสตามีนรุ่นที่ 1) เนื่องจากเป็นยาที่มีผลใกล้กันออกจะแจ้งชัด ทั้งมีผลต่อระบบประสาท กระสับกระส่าย ใจสั่น เห็นภาพหลอน ร้อนวูบวาบ หรือบางทีอาจถึงกับชักได้ในกรณีที่เป็นเด็กเล็ก ดังนั้นจึงมีการชี้แนะให้ทานยาแก้แพ้แบบไม่ง่วงงุน (ยาต้านฮีสตามีนรุ่นที่ 2) เพื่อรักษาอาการแก้แพ้ ดังเช่น ผื่นขึ้น แพ้อากาศ เป็นลมเป็นแล้งพิษ เนื่องจากว่ามีผลข้างเคียงน้อยกว่า

     - เพราะเหตุใดหลายท่านถึงยังทานยาแก้แพ้แบบที่ทำให้อยากนอนอยู่ -
เพราะว่าหาซื้อทานได้ง่าย ราคาไม่แพง แล้วก็ออกฤทธิ์เร็วกว่ายาแก้แพ้แบบที่ทานแล้วไม่ง่วง ขายยานอนหลับแต่ต่อให้ออกฤทธิ์เร็วกว่า แต่ยาจะออกฤทธิ์เพียง 6 ชั่วโมง ก็เลยจะต้องทาน 3 ครั้งต่อวัน แต่ยาแก้แพ้แบบที่ทานแล้วไม่ง่วงหงาวหาวนอน นอกเหนือจากที่จะออกฤทธิ์นานแทบ 24 ชั่วโมงแล้ว ยังส่งผลข้างๆน้อยกว่ามาก

 แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ยาแก้แพ้ที่ดูจะไม่อันตรายถึงชีวิต แต่อาการดื้อยาก็ไม่ใช่เรื่องจิ๊บจ๊อย รวมทั้งการทานยาแก้แพ้เพื่อรักษาอาการนอนไม่หลับ ก็ได้แก่การใช้ยาผิดเป้าประสงค์อีกด้วย ดังนั้นหากอยากหายขาดจากอาการนอนไม่หลับ ควรจะพบแพทย์เพื่อหาทางรักษาที่ตรงกับอาการจริงๆจะดีมากยิ่งกว่าจ้ะ
อ่านเนื้อหาของยาแก้แพ้อีกทั้ง 2 แบบพอดีนี่ค่ะ

SEO.No1

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2240
    • ดูรายละเอียด
Re: เมื่อใดที่เรียกได้ว่านอนไม่หลับ ???
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ตุลาคม 14, 2018, 02:26:38 AM »
รับประทานอะไรให้เหมาะกับการนอนที่ดี
การนอนหลับเป็นการพักที่เยี่ยมที่สุด ช่วยเพิ่มแล้วก็รักษาคุณภาพหลักการทำงานของอโคยะต่างๆให้สมบูรณ์แข็งแรง

เคล็ดลับหนึ่งที่ทำให้นอนหลับได้ดิบได้ดีก็คืออาหารในแต่ละมื้อนั่นเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมื้อเย็นที่ต้องตั้งใจเป็นพิเศษ หลายๆคนอาจไม่รู้ว่าอาหารที่กินในแต่ละมื้อส่งผลกับการนอนหลับของตน บางบุคคลก็เลยไม่ได้คิดถึงเรื่องดังที่ได้กล่าวมาแล้ว มีอะไรอยู่ข้างหน้าก็จัดแจงเลย บางคนกาแฟ 1 ถ้วยแล้วไปปฏิบัติงาน แบบงี้ไม่ดี ทุกมื้ออาหารสำคัญหมดแต่ว่าสิ่งที่จำเป็นคือจำเป็นต้องรู้ดีว่ากินไม่กินอะไรแบบไหนเนื่องจากว่าของกินที่กินเข้าไปส่งผลต่อการนอนของพวกเรา
[/url]
อาหารมื้อเช้า ช่วยทำให้ร่างกายตื่นตัวพร้อมลุย จำเป็นที่จะต้องเน้นย้ำอาหารจำพวกโปรตีน เนื้อสัตว์ ไข่ ข้าว แป้ง มากยิ่งกว่ามื้ออื่นๆส่วนคนที่ไม่ว่างไหมเคยชินกับการกินมื้อเช้าในปริมาณมากจะต้องมีของว่างระหว่างมื้อเพื่อเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย ดังเช่นว่า แซนด์วิช ขนมปัง ซาลาเปา ขนมจีบ หรือผลไม้ต่างๆนอกจากผลไม้ดอง



สนใจรายละเอียดสอบได้ที่เว็บนี้นะจ๊ะ hxxps://shop18plus.net/

มื้อกลางวัน ควรจะน้อยกว่าอาหารมื้อเช้า เลือกที่ปรุงจากข้าวหรือแป้งที่ไม่ผ่านการขัดสี ยกตัวอย่างเช่น ข้าวกล้องขายยานอนหลับ ข้าวซ้อมมืองอก ขนมปังโฮลวีท เนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน ต้องมีผักผลไม้บ่อยๆ หรือกินของหวานสลับบ้างก็ได้ แต่ควรจะย้ำขนมที่ทำจากถั่ว ดังเช่นว่า ถั่วเขียวต้ม ถั่วแปบ เต้าส่วนเนื่องจากมีแมกนีเซียมสูง ควรดื่มนมวัวพร่องไขมัน นมถั่วเหลือง โยเกิร์ต ช่วยให้อิ่มท้องแถมมีแคลเซียมสูง ปกป้องการเกิดตะคริวซึ่งเป็นปัญหารบกวนการนอนยามค่ำคืน ควรเลี่ยงน้ำหวานรวมทั้งน้ำอัดลมที่มีคาเฟอีนผสม

ข้าวกล้องมีสาระ
มื้อเย็น ควรจะกินก่อนนอนอย่างต่ำ 3 ชั่วโมง ลดของกินที่มีไขมัน หลบหลีกอาหารที่มีพลังงานสูง มีฤทธิ์เป็นธาตุร้อน ดังเช่น ของกินทอด ของกินมัน แกงน้ำกะทิ ของหวานที่มีครีมเข้มข้น อาหารเผ็ดจัด เนื้อสัตว์ติดมัน อาหารดิบ น้ำอัดลม เพราะเหตุว่าย่อยยาก ร่างกายจะต้องใช้เวลาเผาผลาญนาน ทำให้ร่างกายตื่นตัว ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการนอนไม่หลับ

จะต้องเป็นอาหารที่ย่อยง่าย ตัวอย่างเช่น ซุป หรือ แกงจืด ปลานึ่ง ไข่ต้ม แทนปลาทอดหรือไข่เจียว จำกัดปริมาณผลไม้โดยเฉพาะผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง ยกตัวอย่างเช่น ทุเรียน ลำไย ขนุน ไม่ควรรับประทานผลไม้แทนข้าวเย็น ควรกินข้าวหรือแป้งที่ไม่ผ่านการขัดสี ดังเช่น ข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้องแตกออก หรือโรยข้าวด้วยจมูกข้าวทุกมื้อเย็น จะทำให้ร่างกายเก็บสะสมทริปโตเฟน (Tryptophan) แล้วก็กาบา (GABA) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทในระบบประสาทส่วนกลางที่มีลักษณะเด่นช่วยทำให้บรรเทาและทำให้นอนหลับก้าวหน้า

ถ้าร่างกายมีภาวการณ์เครียดสูงทำให้นอนหลับยาก ลองเลือกเมนูจากปลาทะเลซึ่งอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 หรือน้ำมันปลา ขายยานอนหลับแล้วก็แมกนีเซียม ซึ่งเป็นสารอาหารที่ต้านทานความเครียด เช่น ข้าวต้มปลา ปลาผัดขึ้นฉ่าย ปลาย่างซีอิ้ว ปลานึ่ง สเต็กปลา ลดโซเดียม เกลือหรือโซเดียมทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น นำมาซึ่งการทำให้ร่างกายกระวนกระวายนอนยากขึ้น ด้วยเหตุนี้จำเป็นที่จะต้องเลี่ยงการทานอาหารทีมีโซเดียมสูง เป็นต้นว่า ผลไม้ดอง ปลาเค็ม กุ้งแห้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มันฝรั่งแผ่น รวมทั้งการปรุงอาหารเค็มจัดและใส่ผงชูรสจำนวนมากด้วย

ผลไม้ที่ช่วยทำให้หลับสนิท ดังเช่นว่า กล้วย อินทผลัม ลูกพรุน ซึ่งอุดมไปด้วยกรดอะมิโนทริปโตเฟน โดยสมองจะนำทริปโตเฟนไปสร้างสารเซโรโทนิน ซึ่งหากร่างกายมีสารตัวนี้พอเพียงก็จะเพิ่มการหลั่งของฮอร์โมนเมลาโทนิน ซึ่งช่วยสำหรับในการควบคุมการนอน ให้มีมากเพิ่มขึ้น ร่างกายจะรู้สึกบรรเทาจากความเคร่งเครียด ร่าเริงแจ่มใส นอนหลับสนิททั้งคืน